ข่าวชาวบ้านขอพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ 'เจดีย์โคกวัด'ให้ชุมชนถือศีล - kachon.com

ชาวบ้านขอพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ 'เจดีย์โคกวัด'ให้ชุมชนถือศีล
ข่าวประจำวัน

photodune-2043745-college-student-s
จากกรณีที่กลุ่มชาวบ้าน ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่า ที่ดินจำนวน 6 ไร่ภายในหมู่ที่ 6 ต.บางโทรัด ซึ่งเป็นที่มีเจ้าของ โดยชาวบ้านได้ร่วมกันพัฒนาเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของชุมชน แต่ภายหลังหลังถูกผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นเข้าล้อมรั้ว ไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปปฏิบัติธรรมในพื้นที่รกร้างดังกล่าว ตามที่ได้เคยเสนอข่าวไปแล้ว ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผวจ.สมุทรสาคร พร้อมด้วย นายอำพล อังคภากรณ์กุล รอง ผวจ. นายวิรัตน์ ไชยสิทธิ์ นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร นายภูชิตส์ ปิดดำ เจ้าพนักงานที่ดินสมุทรสาคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้แทนจาก อบต.บางโทรัด และผู้ใหญ่บ้าน ได้ลงพื้นที่มาพบกับตัวแทนชาวบ้าน ในพื้นที่ ต.บางโทรัด ที่ได้มารวมตัวกันที่บริเวณด้านหน้าที่ดินที่กำลังเป็นปัญหา จำนวนกว่า 50 คน เพื่อรับฟังปัญหา รวมถึงความต้องการในการรักษาที่ดินผืนดังกล่าวเอาไว้ 

โดยชาวบ้านเปิดเผยว่า ที่ดินตรงนี้เรียกกันว่า “โคกวัด” เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก เนื่องจากภายในที่ดินดังกล่าวนี้มีเจดีย์ตั้งอยู่ 1 องค์ ซึ่งเป็นเจดีย์โบราณ ที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้เข้าไปกราบไหว้บูชากันมาอย่างยาวนาน ในอดีตที่ดินแปลงนี้ซึ่งมีเนื้อที่โดยรวมทั้งหมดประมาณ 20 ไร่เศษนั้น ได้ถูกชาวบ้านจับจองไปและมีการขอออกเอกสารสิทธิ์หรือโฉนดที่ดิน ในช่วงที่รัฐบาลเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้มีที่ดินทำกิน ยกเว้นแต่ที่ดินผืนดังกล่าวที่เหลืออีกประมาณ 6 ไร่นั้น แม้จะมีผู้จับจองไว้แต่ก็ยังไม่มีการออกโฉนดแต่อย่างใดทั้งสิ้น และปล่อยให้เป็นพื้นที่รกร้าง จนกระทั่งชาวบ้านไปพบว่ามีเจดีย์เก่าโบราณขนาดเล็กตั้งอยู่ในป่าหญ้า จึงได้เข้าไปกราบไหว้บูชา และใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมเรื่อยมา ต่อมา พบว่ามีทายาทของผู้ที่ได้จับจองที่ดินแปลง 6 ไร่นี้ พยายามที่จะขอออกโฉนดเพื่อถือครองที่ดินผืนดังกล่าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งทำให้ชาวบ้านเกิดความรู้สึกไม่พอใจ และกระทบต่อความรู้สึกของชาวบ้านเป็นอย่างมาก เพราะสถานที่ดังกล่าวนั้นเป็นที่ที่ชาวบ้านต้องการให้เป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติธรรมและเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจ ความเชื่อ ความศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่


 
ทางด้าน นายภูชิตส์ เจ้าพนักงานที่ดินสมุทรสาคร ได้ให้ข้อมูลว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า ที่ดินผืนดังกล่าวซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่นี้ ในอดีตมีผู้ถือครองถูกต้องตามกฎหมายไว้แล้ว 1 ราย โดยมีการขอออกโฉนดเป็นที่เรียบร้อย แต่ไม่ได้มารับโฉนดไป ต่อมา ก็มีการเข้าจับจองที่ดินและขอออกโฉนดกันไป ยกเว้นแต่แปลงที่เหลืออีก 6 ไร่ ไม่สามารถออกโฉนดได้มานานเกือบ 20 ปีแล้ว เนื่องจากมีการขอออกโฉนดซ้ำซ้อน ซึ่งตามหลักฐานที่ปรากฏจากกรมที่ดินนั้น ผู้ที่ร้องขอเป็นเจ้าของที่ดินขนาด 6 ไร่นี้ เป็นชื่อของ นางทองเปลว รถทอง โดยไม่มีชื่ออื่นปรากฏอีก ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบว่า บุคคลที่กล่าวอ้างว่าชื่อ นายเดชา (ขอสงวนนามสกุล) ลูกชายอดีตกำนัน ซึ่งได้นำลวดหนามมาล้อมเป็นรั้ว ปิดกั้นไม่ให้ใครเข้าออกไปในที่ดินแปลงดังกล่าว และได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจไว้แล้ว อีกทั้ง นายเดชา ยังแสดงตนว่าเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ถือครองที่ดินผืนนี้ ซึ่งศาลก็ได้มีคำสั่งให้ นายเดชา เป็นผู้จัดการมรดกนั้น เป็นผู้มีสิทธิ์ในการถือครองที่ดินแปลงนี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งจะได้ประสานให้ นายเดชา นำเอกสารทั้งหมดมาแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อตรวจสอบและชี้ขาดต่อไป 

ขณะที่ นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผวจ.สมุทรสาคร กล่าวย้ำว่า ปัญหาในเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ต้องมีการตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพราะเป็นเรื่องที่มีผลทั้งต่อทรัพย์สินของบุคคลและผลกระทบทางด้านจิตใจของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งทุกอย่างต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ ก็ได้ย้ำให้เจ้าพนักงานที่ดินเร่งดำเนินการตรวจสอบโดยเร็ว เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งและลดผลกระทบทางจิตใจของชาวบ้านด้วย แต่เบื้องต้นก็ขอร้องชาวบ้านว่า อย่าได้เข้าไปรุกล้ำพื้นที่ดังกล่าว จนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จและได้ผลที่ชัดเจนออกมา.


 



ข่าวที่เกี่ยวข้อง...
ชาวบ้านขอความเป็นธรรม ผู้มีอิทธิพลล้อมรั้วยึดที่วัด