ข่าวน้ำท่วมกาฬสินธุ์เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ต้องเฝ้าระวังบางจุด - kachon.com

น้ำท่วมกาฬสินธุ์เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ต้องเฝ้าระวังบางจุด
ข่าวประจำวัน

photodune-2043745-college-student-s

สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.กาฬสินธุ์​ เริ่มคลี่คลายลง หลังจากที่ระดับน้ำลดระดับอย่างต่อเนื่อง เพราะเขื่อนอุบลรัตน์ลดการระบายน้ำ ทำให้แม่น้ำชีลดลงอีก 6 ซม. แต่ยังอยู่ในขั้นวิกฤติที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอยู่....

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2560 จากการติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ หลังจากประสบปัญหาน้ำท่วมขังบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตรมานานกว่า 3 สัปดาห์แล้ว ขณะนี้พบว่าสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย หลังจากระดับน้ำที่ลำน้ำชีเริ่มลดลงอีกประมาณ 6 เซนติเมตร หลังจากที่ใช้เครื่องผลักดันน้ำ และทางเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ได้ลดการระบายน้ำ ทำให้ระดับน้ำชีเริ่มลดระดับลง แต่ยังอยู่ในขั้นวิกฤติที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอยู่ ส่วนลำน้ำปาวหลังจากที่ทางเขื่อนลำปาวได้ระบายน้ำวันละ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร พบว่าระดับน้ำที่ยังคงทรงตัวบางจุดเริ่มลดลงบ้างแล้ว

ส่วนจุดเฝ้าระวังมีอยู่ 3 จุด คือ จุดที่ 1. พนังลำน้ำพาน บ้านโคกกลาง ต.หลุบ อ.เมือง บริเวณ กม.16+500 ไดเรียงกระสอบทรายชั้นที่สองและสาม ความยาว 100 ม. และพนังลำน้ำพาน บ้านโคกกลางเช่นกัน บริเวณ กม.17+400 ได้เรียงกระสอบทราย ความยาว 400 ม. สูงรวม 0.50 ม. จุดที่ 2. พนังลำปาวหลง บ้านหนองคอนชัย ต.หลุบ อ.เมือง บริเวณ กม.1+600 เรียงกระสอบทรายเสริม ยาว 40 ม. สูง 0.20 ม. พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว จำนวน 2 เครื่อง เริ่มทำการสูบน้ำแล้ว และจุดที่ 3 ได้ลงลูกรังพร้อมเกรดบดอัดแน่น พนังพาน กม.11+200 บ้านสุขสวัสดิ์ ต.หลุบ อ.เมือง ความยาว 950 ม.

นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ทุกหน่วยของจังหวัดได้ทุ่มเทการทำงาน เพื่อป้องกันละคลี่คลายปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้ประสานการทำงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ เพื่อการจัดจราจรน้ำในลำน้ำชี เพื่อให้น้ำปาวไหลลงลำชีได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ ก็จะทำให้ปริมาณน้ำที่ท่วมอยู่ในพื้นที่จังหวัดไหลลงน้ำชีได้สะดวกขึ้น เมื่อน้ำจากพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ไหลลงน้ำชีได้สะดวก โอกาสที่จะสามารถพร่องน้ำจากเขื่อนลำปาวให้มาอยู่ ในเกณฑ์ควบคุมตามปกติ ก็จะใช้เวลาอีกไม่นาน

ส่วนพื้นที่ความเสียหายยังคงมีอยู่ 5 อำเภอ คือ อ.เมืองกาฬสินธุ์, อ.ยางตลาด, อ.กมลาไสย, อ.ฆ้องชัย และ อ.ร่องคำ บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 2,199 หลังคาเรือน มีการอพยพจำนวน 120 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 134,129 ไร่.