ด่วน ทลายแก๊งฟอกเงิน มังกรเทา ตะลึง ทรัพย์สิน-เงินสดกว่า 2,900 ล้าน
ข่าวประจำวัน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 ก.พ.2568 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก.2 บก.ปอท. และ พ.ต.ต.ศุภเดช ธนชัยศิริ สว.กก.2 บก.ปอท.
ร่วมกันแถลงจับกุม นายเก๊า อายุ 35 ปี, นายซง อายุ 30 ปี, นายเหมา อายุ 46 ปี, นางโจ อายุ 44 ปี ทั้งหมดสัญชาติจีน, น.ส.อัจฉรา อายุ 27 ปี, น.ส.พรทิพย์ อายุ 44 ปี, นายนพวิทย์ อายุ 31 ปี, นายชลธีอายุ 21 ปี, น.ส.ปัณฑารีย์ อายุ 26 ปี และ น.ส.สุภาวดี อายุ 39 ปี
ทลายแก๊งฟอกเงิน มังกรเทา รวบ 10 ผู้ต้องหาไทย-จีน รับงานแปลงทรัพย์ให้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตะลึงทรัพย์สิน-เงินสดเป็นฟ่อน ๆ มากกว่า 2,900 ล้าน
ทั้งหมดถูกจับกุมตามหมายศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันเป็นอั้งยี่” ได้ในพื้นที่ กทม., เชียงใหม่, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม, ปราจีนบุรี, สระแก้ว และ นครศรีธรรมราช
พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีหลอกลวงเหยื่อมา โดยใช้สื่อโซเชียลมีเดีย เช่น ซื้อขายของออนไลน์ การเช่าที่พัก รวมถึงการหางาน หรือรายได้พิเศษ อาศัยการทำงานที่ง่ายและได้เงินได้ทันที จนมีเหยื่อหลงเชื่อ ก่อนหลอกให้โอนเงินมาให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ
ซึ่งคดีนี้เริ่มจากเมื่อเดือน ก.พ.2567 มีผู้เสียหายที่ต้องการหารายได้พิเศษ จนไปพบประกาศหางานในสื่อโซเชียล ผู้อยากหารายได้พิเศษ โดยรับสินค้าไปแพ็กที่บ้าน ช่วงแรกคนร้ายก็ชักชวนให้ทำงานรูปแบบออนไลน์ เป็นงานกดไลก์-กดเพิ่มยอดติดตามต่าง ๆ ผู้เสียหายทดลองทำ ปรากฏว่าได้รับเงินจริงจำนวนหลายครั้ง
จากนั้นคนร้ายจึงเริ่มชักชวนให้ผู้เสียหายทำกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ โดยจะต้องนำเงินมาลงทุนก่อนได้รับผลตอบแทนประมาณ 30%-50% ช่วงแรก ๆ มีการให้ผลตอบแทนจริง
จากนั้นคนร้ายก็หลอกให้นำเงินมาลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็ไม่สามารถถอนเงินออกมาจากระบบได้ คนร้ายอ้างว่า เป็นความผิดของผู้เสียหายที่ไม่ยอมทำตามขั้นตอน ภายหลังผู้เสียหายรู้ว่าถูกหลอกลวง จึงเข้าแจ้งความบก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวอีกว่า ต่อมาตำรวจ บก.ปอท. ทำการสืบสวนจนพบว่าคนร้ายทำกันขบวนการ มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยรับโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารต่าง ๆ ก่อนแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดถอนออกจากบัญชี
โดยพบเหยื่อที่ถูกหลอกลักษณะเดียวกันประมาณ 60 ราย ความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ก่อนจะออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 32 ราย แบ่งเป็นกลุ่มบัญชีม้าคนไทย 10 ราย, แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชาวจีน 2 ราย, กลุ่มฟอกเงิน จำนวน 20 ราย (ชาวไทย 1 ราย, ชาวจีน 14 ราย, เกาหลี 5 ราย)
ด้าน พล.ต.ต.อธิป กล่าวว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท., บก.ปคบ., บก.ปคม. และ บก.ทล. เปิดปฏิบัติการ “ทลายแก๊งฟอกเงินมังกรเทา” นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 20 จุดใน 8 จังหวัดทั่วประเทศสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 ราย
ทั้งหมดเป็นสมาชิกแก๊งฟอกเงินให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 5 ราย เจ้าของบัญชีม้า 5 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินต่าง ๆ รวม 210 รายการ เช่น คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ, สมุดบัญชี, รถยนต์ , เงินสด, โฉนดที่ดินบ้าน/คอนโด, นาฬิกาหรู, กระเป๋าแบรนด์เนมและทรัพย์สินมีค่าต่าง ๆ รวมมูลค่ากว่า 14 ล้านบาท
จากการสอบสวน น.ส.อัจฉรา ซึ่งเป็นตัวการฟอกเงินในประเทศ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงว่า เมื่อปี 62 เคยทำหน้าที่เป็นล่ามและไกด์พาเที่ยวให้กับชาวจีน
จนมาเมื่อปี 66 ได้รู้จักกับแฟนหนุ่มชาวจีน และร่วมกันรับแลกเหรียญดิจิทัลจากลูกค้ากลุ่มจีนเทาต่าง ๆ ที่ต้องการใช้เงินในประเทศไทย ก่อนนำเหรียญดิจิทัลมาขาย และนำมาแลกเปลี่ยน นำส่งให้กลุ่มจีนเทาตามคำสั่ง โดยจะได้ค่าบริการ 0.03% ถึง 0.05% ของยอดเงิน
น.ส.อัจฉรา ให้การอีกว่า ส่วนขั้นตอนการทำงาน แฟนหนุ่มชาวจีน จะคอยติดต่อกับกลุ่มจีนเทาต่าง ๆ จากนั้นตนและสมาชิกในแก๊ง ที่ได้รับเงินดิจิทัล โดยนำเหรียญดิจิทัลมาขายในรูปแบบ p2p ผ่านแพลตฟอร์ม Exchange
โดยจะส่งเงินตามคำสั่งของกลุ่มจีนเทา ซึ่งหักยอดเงินจำนวนไม่มาก ตนและแฟนหนุ่มจะใช้วิธีการโอนเงินผ่านบัญชีของตนไปให้ลูกค้า แต่หากเป็นเงินจำนวนมากก็จะเบิกเงินสดนำไปส่งมอบให้ลูกค้า หรือ นำเข้าบัญชีต่าง ๆ ตามคำสั่งของกลุ่มจีนเทาที่ต้องการใช้เงินในประเทศไทย
น.ส.อัจฉรา ให้การด้วยว่า ทำหน้าที่ฟอกเงินตั้งแต่ปี 66 จนถึงปัจจุบัน โดยมีการรับเป็นสกุลเงินดิจิทัลสกุล USDT จำนวน 187 ล้านเหรียญ USDT คิดเป็นเงินไทยประมาณ 6,500 ล้านบาท และมีการถอนเงินสดเป็นเงินไทยไปแล้วประมาณ 2,900 ล้านบาท และยังนำเงินที่ได้จากการกระทำผิดไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ อีกด้วย
พล.ต.ต.อธิป กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นชาวจีนทั้ง 4 รายนั้นให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับในข้อเท็จจริงว่า มีส่วนร่วมกับผู้ต้องหาที่ 1 มีหน้าที่รับเหรียญดิจิทัลมาจากกลุ่มจีนเทามาเทขาย ก่อนนำเงินสดส่งมอบให้ลูกค้า
ซึ่งนอกจากพบความเกี่ยวข้องของเส้นทางการเงินที่มีการซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆแล้วยังพบว่าขบวนการนี้มีพฤติการณ์ตั้งบริษัทให้คนไทยเป็นนอมินีคอยรับโอนกรรมสิทธิ์บ้านหรือที่ดิน
ซึ่งบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้มีการดำเนินธุรกิจจริง โดยพบมียอดเงินไหลเข้าไปยังบริษัทอสังหาริมทรัพย์ประมาณ 10 แห่ง ย่านบางนา เอกมัย และฝั่งธน
ซึ่งใช้นอมินีสัญชาติไทย แต่กรรมการเป็นคนจีน ซึ่งตรงนี้ก็จะมีการตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ส่วนตัวผู้ต้องหาทั้งหมดก็จะส่งตัวให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท.ดำเนินคดีต่อไป
ขอขอบคุณข้อมูลจากทางข่าวสดออนไลน์
.......
ประมวลปาฏิหาริย์แห่งเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ (คลิ๊ก)
บารมีเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ รุ่นกรุงธนบุรี คุ้มครองชีวิต (คลิ๊ก)
ประมวลปาฏิหาริย์แห่งเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ (คลิ๊ก)
ปาฏิหาริย์อีกครั้ง เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ ช่วยชีวิตคุณยายวัย 73 ปี ให้รอดตายอย่างน่าอัศจรรย์ใจ (คลิ๊ก)พระธรรมรัตนดิลก เจ้าอาวาสวัดอรุณ พระผู้สร้างเหรียญพระเจ้าตากชาววัดอรุณ หนึ่งเดียวในตำนานประวัติศาสตร์กรุงธนบุรี (คลิ๊ก)
สแกน QR Code เพื่อการเที่ยวชมความจริงของวัดอรุณราชวรารามแบบจำลองความจริงทั้งพระบถ
QR Code เพื่อการสำรวจความงามของวัดอรุณทั้งพระอาราม.
QR 碼以探索黎明寺的美麗。整個修道院。