ข่าวกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันรายภาค ฝนถล่ม-ก่อนอุณหภูมิลด - kachon.com

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันรายภาค ฝนถล่ม-ก่อนอุณหภูมิลด
ข่าวประจำวัน

photodune-2043745-college-student-s

วันที่ 11 ก.พ.2567 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันรายภาค คาดหมายอากาศทั่วไป ระหว่างวันที่ 10–16 ก.พ.2567

ช่วงวันที่ 10-13 ก.พ.67

บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน

ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกเกิดขึ้นได้ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง กับมีลมแรง

ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนบนของภาค

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันรายภาค ฝนถล่ม-ก่อนอุณหภูมิลด

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ช่วงวันที่ 14–16 ก.พ.67

บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้า โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว

ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลง

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง โดยบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวัง
 
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ตลอดช่วง
ในวันที่ 10 ก.พ. 67 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง และฟ้าผ่า ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้
 
ส่วนในช่วงวันที่ 10 – 13 ก.พ. 67 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้(ตอนล่าง)ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย สำหรับเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่ง ในระยะนี้ไว้ด้วย

คาดหมายอากาศรายภาค ระหว่างวันที่ 10 – 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ภาคเหนือ

ช่วงวันที่ 10–13 ก.พ.67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่งในระยะแรก ส่วนมากทางตอนบนของภาค อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้ากับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 3–5 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิต่ำสุด 14–21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28–35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10–20 กม./ชม.

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันรายภาค ฝนถล่ม-ก่อนอุณหภูมิลด

ส่วนในวันที่ 14–16 ก.พ. 67 อากาศเย็นมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1–3 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 15–22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31–36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 7-17 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10–15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ช่วงวันที่ 10–13 ก.พ.67 อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1–3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 12–19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 23–31 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 14–16 ก.พ.67 อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 14–22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27–36 องศาเซลเซียส

บริเวณยอดภูมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-17 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10–25 กม./ชม.

ภาคกลาง

ในช่วงวันที่ 10–13 ก.พ.67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10–30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่งในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19–24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30–35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10–30 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 14–16 ก.พ.67 มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1–3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21–26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32–36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10–20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 10-13 ก.พ. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่งในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19–26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30–35 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15–35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 -2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 14–16 ก.พ.67 มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1–3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 22–27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33–36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15–30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

ช่วงวันที่ 11-14 ก.พ.67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 20–25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30–37 องศาเซลเซียส

ส่วนในช่วงวันที่ 15–16 ก.พ.67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่

ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 -2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22–26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32–36 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

ช่วงวันที่ 11-13 ก.พ.67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20–30 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 14-16 ก.พ.67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10–20 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23–27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32–37 องศาเซลเซียส

กรุงเทพและปริมณฑล

ช่วงวันที่ 10–13 ก.พ.67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10–30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่งในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 21–26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30–35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10–30 กม./ชม.

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วันรายภาค ฝนถล่ม-ก่อนอุณหภูมิลด

ส่วนในช่วงวันที่ 14–16 ก.พ.67 มีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1–3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 24–26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32–36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10–20 กม./ชม.

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากทางข่าวสดออนไลน์

.......

ศาลาอรุณนราภิรมย์ ศูนยฺ์ร่วมบุญสั่งจองบูชา เหรียญพระเจ้าตากสินมหาราช รุ่นมหาเศรษฐี วัดอรุณราชวราราม(คลิ๊ก)

เนื้อทองแดงหน้าเงินลงยา ขนาด 3.5 เซนติเมตร เหรียญพระเจ้าตากสินมหาราช รุ่นมหาเศรษฐี รายได้สมทบกองทุนการศึกษาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดอรุณราชวราราม(คลิ๊ก)

สุดยอดมวลสารในพระผงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รุ่นมหาเศรษฐี เนื้อผงพุทธคุณ 108 ชนิดฝังตะกรุดทองคำ 1 คู่ และแบบฝังตะกรุดเงิน 1 คู่(คลิ๊ก)

ชุดกรรมการ จัดรวม 100 ชุด (หมายเลขเดียวกัน) เหรียญพระเจ้าตากสินมหาราช รุ่นมหาเศรษฐี วัดอรุณราชวราราม(คลิ๊ก)

เหตุผลหลักสำคัญในการในการจัดสร้างวัตถุมงคลพญายักษ์วัดแจ้ง รุ่นมหาบารมี เพื่อร่วมบุญสมทบทุนโครงการบูรณะปฏิสังขรณ์ถนนโบราณและปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคภายในวัดอรุณราชวราราม (คลิ๊ก)

ผงพุทธคุณมหาบารมี เศรษฐีพันล้าน สุดยอดมวลสารแห่งยุคที่บรรจุใต้ฐาน รูปหล่อพญายักษ์วัดแจ้ง รุ่นมหาบารมี ขนาด 4 นิ้ว และขนาด 1.5 นิ้ว เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวะแก่เงิน (คลิ๊ก)

ประมวลปาฏิหาริย์แห่งเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ (คลิ๊ก)

บารมีเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ รุ่นกรุงธนบุรี เนื้อทองแดงลงยา ลายธงชาติ ช่วยชีวิตหนุ่มใหญ่ให้รอดตายจากเหตุรถพลิกคว่ำหลายตลบพุ่งชนเสาบอกทาง (คลิ๊ก)

บารมีเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ รุ่นกรุงธนบุรี คุ้มครองชีวิต (คลิ๊ก)