ข่าวทัวริสต์แอบเก็บ'ปลาดาวทะเล' แม้คืนก็ต้องดำเนินคดี - kachon.com

ทัวริสต์แอบเก็บ'ปลาดาวทะเล' แม้คืนก็ต้องดำเนินคดี
ข่าวประจำวัน

photodune-2043745-college-student-s
จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ม.ค. ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า “KhanchitKlingklip ได้โพสต์ภาพนิ่งและวิดีโอคลิปความยาวประมาณ 27 วินาที พร้อมระบุว่า ได้มีนักท่องเที่ยวต่างชาตินำปลาดาวสีฟ้าใส่ถุงหิ้วกลับเข้าฝั่งที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง โดยมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นบอกให้จัดการจับตัวส่งดำเนินคดี และให้ดำเนินคดีกับไกด์ หรือบริษัทนำเที่ยวด้วยเนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมายนั้น คืบหน้าเมื่อวันที่ 23 ม.ค. นายครรชิต คลิ้งขลิบ สมาชิกชมรม HEALTHYREEF'S และเป็นเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรฯ ซึ่งเป็นผู้โพสต์ ได้เข้าพบ พ.ต.ท.สนั่น จันทร์รงค์ รองผกก.สส. สภ.ฉลอง และ พ.ต.ต.อนุรักษ์ กลางณรงค์ สว.สส. สภ.ฉลอง เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมในการติดตามตัวกลุ่มนักท่องเที่ยวดังกล่าวมาสอบสวน หลังจากให้ข้อมูลประมาณ 15 นาที เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งบริเวณท่าเทียบเรือฉลอง โดยเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า จะต้องติดตามตัวนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวมาสอบสวน โดยจะต้องทราบว่าได้นำดาวทะเลมาจากแหล่งใด ก่อนพิจารณาความผิด เนื่องจากแต่ละพื้นที่เกาะมีการประกาศและกำหนดอัตราโทษไว้ไม่เท่ากัน

ด้านนายครรชิต เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม แนวปะการังให้เสียสมดุล เพราะปลาดาวหรือดาวทะเล ซึ่งพบได้ตามแถบน้ำอุ่นของมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก โดยสมาชิกเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ซึ่งเป็นจิตอาสาทนดูไม่ไหว จึงได้ส่งข่าวสารเข้ามา หลังจากที่ได้บันทึกเป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวไว้ ตนเองจึงนำมาโพสต์ เจตนาคือเพื่อให้ทุกคนร่วมด้วยช่วยกันเป็นหูเป็นตา อย่างไรก็ดี ทางเครือข่ายฯ ได้มีการพูดคุยกับกลุ่มนักท่องเที่ยวดังกล่าวเพื่อขอปลาดาวทะเลไปไว้ในทะเลเช่นเดิม ซึ่งก็ใช้เวลาพูดคุยอยู่นานกว่านักท่องเที่ยวจะยอมมอบให้ ก่อนที่เครือข่ายจะนำไปไว้ในทะเลอ่าวฉลอง

โดยที่ผ่านมา ผู้ประกอบการต่างๆ ในภูเก็ตส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการชาวไทย ต่างก็ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์การดูแลทรัพยากรทางทะเลอยู่แล้ว มีนโยบายให้พนักงานช่วยกันดูแลไม่ให้กระทำผิด เช่น เรื่องการให้อาหารปลาการจับปลาสวยงาม การเก็บสิ่งต่างๆ จากในทะเลและชายหาด หากพบเห็นให้ทำการตักเตือน โดยมีข้อตกลงที่ทำร่วมกัน 5 ข้อ คือ 1. ไม่ให้อาหารปลา 2. ไม่เก็บเปลือกหอย 3 .ไม่เก็บปะการัง 4.ไม่ยืนบนปะการังและ 5.ไม่ทิ้งขยะลงในทะเล แต่ก็พบว่ายังมีผู้ประกอบการบางส่วนหรือเป็นส่วนน้อยที่ยังไม่มีจิตสำนึก ไม่ให้ความสำคัญ และยังคงกระทำการปล่อยปะละเลยให้นักท่องเที่ยวกระทำตามใจ ซึ่งสุดท้ายผลจากการกระทำผิดก็จะทำให้ผู้ประกอบการเองเดือดร้อนไปด้วย

ทั้งนี้ ช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง ได้เชิญตนเองมาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามตัวนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว ซึ่งตนเองรู้สึกยินดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เห็นความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมา ทางกลุ่มฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการเอง ซึ่งอาจจะมีความล่าช้า.